ทำความเข้าใจและป้องกันสื่อลามกอนาจารเด็กในประเทศไทย
สื่อลามกอนาจารเด็กคือภาพหรือวิดีโอที่แสดงการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ ซึ่งถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศของผู้ใหญ่ที่มีความสนใจผิดปกติในเด็กโดยเฉพาะ
การเข้าถึงสื่อประเภทนี้ทำได้ผ่านเครือข่ายส่วนตัวหรือแพลตฟอร์มปิดที่ปกปิดตัวตน และมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนหรือต่อรองภายในกลุ่มผู้ใช้ที่แสวงหาความพึงพอใจจากเนื้อหาดังกล่าว
ทำความรู้จักเนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็กในรูปแบบต่างๆ
สื่อลามกอนาจารเด็กที่ผิดกฎหมายปรากฏในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพนิ่งและวิดีโอที่แสดงการล่วงละเมิดจริง ไปจนถึงภาพตัดต่อหรือภาพวาดการ์ตูนที่สื่อถึงเด็กในทางเพศ ซึ่งถือเป็นความผิดแม้ไม่ใช่เด็กจริงก็ตาม การครอบครองหรือเผยแพร่สื่อเหล่านี้แม้เพียงไฟล์เดียวก็มีความผิดทางอาญา ผู้ใช้งานควรตระหนักว่าการแชร์ต่อในกลุ่มปิดก็ไม่ปลอดภัย เพราะมีระบบตรวจจับอัตโนมัติ สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือเสียงหรือข้อความบรรยายที่กระตุ้นจินตนาการทางเพศเกี่ยวกับเด็ก ก็อาจเข้าข่ายสื่อลามกได้เช่นกัน หากพบเห็น ควรหลีกเลี่ยงการบันทึกหรือส่งต่อ และรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
ภาพนิ่งและคลิปวิดีโอที่แสดงการล่วงละเมิดเด็กมีลักษณะอย่างไร
ภาพนิ่งและคลิปวิดีโอที่แสดงการล่วงละเมิดเด็กมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญคือ การบันทึกภาพการกระทำทางเพศกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าจะเป็นภาพเดี่ยวหรือวิดีโอต่อเนื่อง โดยมักแสดงให้เห็นเด็กในท่าทางหรือบริบทที่สื่อถึงการถูกบังคับ หลอกลวง หรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ภาพเหล่านี้อาจดูเหมือนภาพทั่วไปในชีวิตประจำวันแต่แฝงด้วยเจตนาทางเพศ เช่น การโพสท่า หรือการสัมผัสที่ผิดธรรมชาติ คลิปวิดีโออาจมีความยาวตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลายนาที และมักถูกตัดต่อหรือแชร์ต่อในกลุ่มปิด สิ่งสำคัญคือแม้เด็กจะดูเหมือนยินยอม แต่ตามกฎหมายถือเป็นการล่วงละเมิดเสมอ
- ภาพหรือคลิปที่แสดงอวัยวะเพศหรือการกระทำทางเพศของเด็ก
- การแอบถ่ายหรือบันทึกในสถานที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
- เนื้อหาที่เด็กถูกทำให้อยู่ในท่าทางยั่วยุหรือถูกบังคับ
- แม้ไม่มีเพศสัมพันธ์ชัดเจน แต่เจตนาทางเพศก็ถือว่าผิดกฎหมาย
สื่อที่สร้างด้วยเทคโนโลยีอย่างภาพตัดต่อหรือซีจีไอถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่
สื่อที่สร้างด้วยเทคโนโลยีอย่างภาพตัดต่อหรือซีจีไอที่แสดงเด็กในทางเพศถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้ใช้เด็กจริงในการผลิตก็ตาม กฎหมายมุ่งคุ้มครองเด็กจากการถูกนำภาพหรือรูปร่างไปใช้ในทางอนาจาร ไม่ว่าจะสร้างด้วยวิธีการใด การครอบครอง เผยแพร่ หรือส่งต่อสื่อเหล่านี้ก็มีความผิดทางอาญาเช่นกัน ผู้ใช้ควรตระหนักว่าการอ้างว่าเป็นภาพตัดต่อหรือซีจีไอไม่ใช่ข้อแก้ตัวทางกฎหมาย และการมีไว้ในอุปกรณ์ของตนอาจนำไปสู่การดำเนินคดีได้
การแชร์ไฟล์ผ่านแอปพลิเคชันแชทและกลุ่มปิดทำงานอย่างไร
การแชร์ไฟล์ผ่านแอปพลิเคชันแชทและกลุ่มปิดทำงานโดยผู้ใช้ส่งไฟล์วิดีโอหรือภาพไปยังสมาชิกในวงแชทส่วนตัวหรือกลุ่มปิดที่ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสูง การเข้าถึงมักต้องได้รับคำเชิญหรือรหัสจากสมาชิกเดิม ไฟล์อาจถูกส่งต่อแบบลูกโซ่ในหลายกลุ่มพร้อมกันโดยไม่มีการตรวจสอบเนื้อหา การแชร์ไฟล์ในกลุ่มปิด จึงทำให้เนื้อหาผิดกฎหมายแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีการเข้ารหัสหรือสแกนอัตโนมัติในหลายแพลตฟอร์ม การลบข้อความหลังอ่านหรือตั้งเวลาหมดอายุช่วยลดร่องรอย ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ยากขึ้น
กลุ่มปิดในแอปแชททำหน้าที่เป็นช่องทางส่งต่อไฟล์ที่เข้าถึงจำกัด แต่แพร่กระจายเร็วและลดร่องรอย ทำให้ควบคุมเนื้อหาผิดกฎหมายได้ยาก
รูปแบบไฟล์และช่องทางที่ผู้กระทำผิดมักใช้ในการเผยแพร่
ผู้กระทำผิดมักเลือกใช้ไฟล์วิดีโอและไฟล์ภาพที่บีบอัดขนาดแล้วแฝงในนามสกุลทั่วไปอย่าง .mp4 หรือ .jpg เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ และนิยมส่งผ่านแอปแชทเข้ารหัสแบบส่วนตัว เช่น Telegram หรือ Discord รวมถึงกลุ่มปิดบนโซเชียลมีเดียและฟอรัมมืดบน Tor การเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็นชื่อ harmless และใส่รหัสผ่านก่อนแตกไฟล์ ZIP เป็นเทคนิคที่พบได้บ่อยที่สุด นอกจากนี้ยังใช้ลิงก์ฝากไฟล์ชั่วคราวและคลาวด์ส่วนตัวที่ลบข้อมูลอัตโนมัติ เพื่อลดร่องรอยและหลีกเลี่ยงการถูกติดตาม
ไฟล์ประเภทใดที่พบได้บ่อยและมีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นอย่างไร
ไฟล์ที่พบได้บ่อยในคดีสื่อลามกอนาจารเด็ก ได้แก่ ไฟล์ภาพและวิดีโอที่ซ่อนในนามสกุลทั่วไป เช่น .jpg .png .mp4 .avi รวมถึงไฟล์บีบอัด .zip .rar ที่ตั้งรหัสผ่าน และไฟล์ลิงก์ .txt ที่ชี้ไปยังคลาวด์ภายนอก วิธีตรวจสอบเบื้องต้นให้สังเกตชื่อไฟล์แปลก ๆ ขนาดไฟล์ผิดปกติเมื่อเทียบกับชนิดไฟล์ และใช้โปรแกรมสแกนไวรัสหรือตรวจค่าแฮชก่อนเปิด หากพบไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสหรือซ่อนในโฟลเดอร์ระบบ ให้ถือเป็น สัญญาณเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการเปิดโดยตรง ควรรายงานผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนดทันที
เครือข่ายมืดและพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ถูกใช้ซ่อนเนื้อหาเหล่านี้อย่างไร
ใน เครือข่ายมืดและพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ผู้กระทำผิดมักใช้บริการฝากไฟล์ที่เข้ารหัสแบบ end-to-end เพื่ออัปโหลดวิดีโอหรือภาพ แล้วส่งลิงก์ส่วนตัวผ่านแชตที่ทำลายตัวเองใน Tor หรือแอปอย่าง Session และ Telegram ที่ตั้งค่าหมดอายุข้อความ ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลคลาวด์ทั่วไปถูกใช้เป็นชั้นกลาง โดยแบ่งไฟล์บีบอัดเป็นชิ้นเล็ก เปลี่ยนนามสกุลเป็น .txt หรือ .bin และป้องกันด้วยรหัสผ่านแยกต่างหาก ทำให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้สืบสวนมองไม่เห็นเนื้อหาจริง การเข้าถึงต้องอาศัยลิงก์เชิญที่หมุนเวียนบ่อยและรหัสผ่านหลายชั้น จึงตรวจพบและลบได้ยากมาก
เครือข่ายมืดและพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ถูกใช้ซ่อนเนื้อหาเหล่านี้โดยการเข้ารหัสชั้นสูง แยกส่วนไฟล์ และแจกลิงก์ส่วนตัวผ่านช่องทางปิด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับและเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
การเข้ารหัสไฟล์และการตั้งรหัสผ่านมีผลต่อการเข้าถึงอย่างไร
การเข้ารหัสไฟล์และการตั้งรหัสผ่านในสื่อลามกอนาจารเด็กทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นการเข้าถึงโดยตรง ผู้กระทำผิดมักใส่รหัสผ่านในไฟล์บีบอัดหรือใช้การเข้ารหัสแบบสมมาตรเพื่อให้เฉพาะผู้ที่ได้รับรหัสเท่านั้นเปิดดูได้ การตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนทำให้การสแกนอัตโนมัติของระบบตรวจจับไม่สามารถอ่านเนื้อหาได้ ส่งผลให้การเข้าถึงต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนรหัสผ่านแบบส่วนตัว การเข้ารหัสไฟล์จึงเปลี่ยนการเข้าถึงจากสาธารณะเป็นเฉพาะกลุ่มปิด และเพิ่มชั้นการป้องกันให้ผู้กระทำผิดหลบเลี่ยงการตรวจจับได้นานขึ้น
ความเสี่ยง和法律ที่ผู้ครอบครองหรือเผยแพร่ต้องเผชิญ
การครอบครองหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงที่ผู้กระทำต้องเผชิญโทษจำคุกและปรับหนัก โดยไม่คำนึงว่าผู้ครอบครองจะอ้างว่าเพียงเก็บไว้ดูส่วนตัวหรือส่งต่อให้ผู้อื่นก็ตาม แม้เพียงครอบครองไฟล์ภาพหรือวิดีโอไว้ในอุปกรณ์ส่วนตัวก็ถือว่ามีความผิดทันที นอกจากนี้ยังเสี่ยงถูกดำเนินคดีทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกจำคุกหลายปี ติดประวัติอาชญากรรม และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ตลอดจนเผชิญการข่มขู่จากเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ที่อาจแบล็กเมล์เรียกค่าไถ่ ผู้เผยแพร่ยังเสี่ยงถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้เสียหายโดยตรงอีกด้วย
การถูกจับกุมและบทลงโทษตามกฎหมายไทยเป็นอย่างไร
การครอบครองหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กในไทยถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายศาลในกรณีพบการกระทำผิดซึ่งหน้า บทลงโทษตามกฎหมายไทยสำหรับผู้ครอบครองหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กกำหนดโทษจำคุกและปรับตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ผู้กระทำผิดอาจถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและถูกยึดอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิด
- ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก มีโทษจำคุกและปรับ
- เผยแพร่หรือส่งต่อ child porn มีโทษหนักขึ้นเป็นทวีคูณ
- ผลิตหรือค้า มีโทษสูงสุดตามกฎหมาย
- เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและยึดหลักฐานได้ทันที
แม้ผู้กระทำอ้างว่าไม่รู้ว่าสื่อนั้นเป็นของเด็ก ก็ยังต้องรับผิดหากหลักฐานชี้ว่าควรรู้ได้
ร่องรอยดิจิทัลที่ตำรวจสามารถใช้สืบสวนได้มีอะไรบ้าง
แม้ลบไฟล์或ใช้โหมดไม่ระบุตัวตน ร่องรอยดิจิทัลที่ตำรวจสามารถใช้สืบสวนได้ยังคงฝังอยู่ในหลายชั้น เริ่มจาก หมายเลข IP และบันทึกการเชื่อมต่อ ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเก็บไว้ทุกครั้งที่เข้าถึงหรืออัปโหลดสื่อลามกอนาจารเด็ก ตามด้วยเมทาดาทาในไฟล์ภาพหรือวิดีโอซึ่งอาจบรรจุพิกัด จีพีเอส วันที่ถ่าย และรุ่นอุปกรณ์ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลยังเก็บประวัติแชต ลิงก์แชร์ และบัญชีที่เชื่อมโยงกัน แม้ผู้ต้องหาจะลบข้อความแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถขอหมายศาลเพื่อดึงข้อมูลเหล่านี้จากเซิร์ฟเวอร์ได้โดยตรง
- หมายเลข IP และล็อกการเชื่อมต่อจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
- เมทาดาทาในไฟล์ เช่น พิกัด จีพีเอส และวันที่สร้าง
- ประวัติแชต ลิงก์แชร์ และบัญชีที่เชื่อมโยงบนแพลตฟอร์ม
- ข้อมูลอุปกรณ์และบัญชีคลาวด์ที่ซิงก์ไฟล์อัตโนมัติ
ผลกระทบต่อเหยื่อและสังคมที่ตามมาจากการบริโภคเนื้อหาเหล่านี้
การบริโภคสื่อลามกอนาจารเด็กซ้ำ ๆ ทำให้เหยื่อต้องถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้จบ เพราะทุกครั้งที่มีคนเปิดดู ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งแพร่กระจายและยากจะลบออกจากอินเทอร์เน็ต ผลกระทบต่อเหยื่อและสังคม จึงไม่ได้จบแค่ตอนที่เด็กถูกทำร้าย แต่ตามหลอนไปตลอดชีวิต ทั้งความอับอาย ภาวะซึมเศร้า และความหวาดระแวงที่ไม่มีวันหาย นอกจากนี้สังคมยังเสื่อมลงเพราะการบริโภคแบบนี้ทำให้ความรุนแรงต่อเด็กถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ปลูกฝังทัศนคติผิด ๆ และเปิดทางให้เกิดอาชญากรรมรอบใหม่ในวงกว้างขึ้นด้วยนะ
วิธีสังเกตและหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว
เคยไหมที่เผลอกดลิงก์แปลกๆ แล้วเจอภาพเด็กในท่าทางไม่เหมาะสม? วิธีสังเกตและหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว เริ่มจากระวังลิงก์หรือไฟล์ที่ชื่อน่ารักแต่ส่งมาจากคนไม่รู้จัก และอย่าแชร์ต่อแม้จะดูเหมือนไม่มีอะไร ถ้าเห็นภาพเด็กในลักษณะถูกใช้ทางเพศ ให้ปิดทันทีและไม่บันทึกไว้ Q: แล้วถ้าเพื่อนส่งมาให้ดูล่ะ? A: บอกเพื่อนตรงๆ ว่าผิดกฎหมายและอย่าส่งต่อ ลบออกจากทุกอุปกรณ์ และถ้าเผลอมีไว้ ให้ลบทิ้งทันทีโดยไม่ส่งต่อหรือเก็บสำรอง เพื่อไม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรนี้โดยไม่ตั้งใจ
สัญญาณเตือนของเว็บไซต์หรือกลุ่มที่แอบแฝงเนื้อหาผิดกฎหมาย
สัญญาณเตือนของเว็บไซต์หรือกลุ่มที่แอบแฝงเนื้อหาผิดกฎหมายมักปรากฏผ่านการออกแบบที่ปิดบังตัวตน เช่น การไม่แสดงนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือข้อมูลผู้ดูแลอย่างชัดเจน การใช้ชื่อโดเมนสุ่มตัวอักษรหรือเปลี่ยนบ่อย และการบังคับให้เข้าผ่านลิงก์เชิญหรือรหัสเฉพาะกลุ่ม สิ่งเหล่านี้ใช้ปกปิดการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กโดยไม่ให้ตรวจพบ
- ไม่มีช่องทางรายงานเนื้อหาหรือติดต่อผู้ดูแลที่ตรวจสอบได้
- ใช้คำรหัสหรือสแลงแทนคำที่ผิดกฎหมายในคำอธิบายและแท็ก
- จำกัดการเข้าถึงด้วยคำเชิญ ส่วนตัว หรือการยืนยันอายุปลอม
- โฆษณาหรือลิงก์เชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีมาตรการตรวจสอบ
การป้องกันเด็กในครอบครัวจากการถูกถ่ายหรือเผยแพร่ภาพ
การป้องกันเด็กในครอบครัวจากการถูกถ่ายหรือเผยแพร่ภาพเริ่มจากการกำหนดข้อตกลงเรื่องความเป็นส่วนตัวของเด็กในบ้านอย่างชัดเจน ผู้ปกครองควรสอบถามทุกครั้งก่อนถ่ายภาพเด็กและขออนุญาตเด็กตามวัยก่อนเผยแพร่บนแพลตฟอร์มใด ๆ ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของอุปกรณ์และบัญชีโซเชียลมีเดียให้ปิดการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก สอนเด็กให้รู้ว่าภาพบางส่วนของร่างกายเป็นพื้นที่ส่วนตัวและห้ามให้ใครถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งสังเกตพฤติกรรมของบุคคลรอบข้างที่พยายามถ่ายภาพเด็กในสถานที่ปิดหรือชักชวนให้เด็กถ่ายภาพตัวเอง
- กำหนดกฎในบ้านว่าห้ามถ่ายหรือส่งภาพเด็กให้บุคคลนอกครอบครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ปิดกล้องและไมโครโฟนในอุปกรณ์เมื่อไม่ใช้งาน และตรวจสอบแอปที่เข้าถึงคลังภาพ
- สอนเด็กให้ปฏิเสธและบอกผู้ปกครองทันทีเมื่อมีคนขอให้ถ่ายภาพร่างกาย
- ตรวจสอบภาพที่ญาติหรือคนรู้จักถ่ายเด็กก่อนอนุญาตให้เผยแพร่
ช่องทางความช่วยเหลือและการรายงานเมื่อพบเห็น
หากพบเห็นสื่อลามกอนาจารเด็ก สามารถแจ้งเหตุผ่านช่องทางที่กำหนดโดยตรง เช่น สายด่วน 1300 ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือแจ้งตำรวจผ่านหมายเลข 191 และศูนย์ปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) การรายงานไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่พบสื่อนั้นเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้เนื้อหาถูกนำออกอย่างรวดเร็ว ผู้พบเห็นไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าสื่อนั้นผิดกฎหมายด้วยตนเอง แม้การรายงานอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่การแจ้งข้อมูลโดยไม่ส่งต่อหรือบันทึกสื่อนั้นไว้ถือเป็นแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ควรเก็บเฉพาะหลักฐานที่จำเป็น เช่น ลิงก์หรือชื่อบัญชี เพื่อประกอบการแจ้ง โดยหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดหรือแชร์ต่อ
หน่วยงานและสายด่วนที่รับแจ้งเบาะแสในประเทศไทย
ในประเทศไทย การแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็กสามารถทำได้ผ่านหน่วยงานและสายด่วนที่รับแจ้งเบาะแสในประเทศไทยหลายช่องทาง ได้แก่ สายด่วนตำรวจ 191 และศูนย์ปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ซึ่งรับแจ้งโดยตรง หรือแจ้งผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สายด่วน 1300 รวมถึงสายด่วน 1387 ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แจ้งสามารถส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของหน่วยงานเหล่านี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
หน่วยงานและสายด่วนที่รับแจ้งเบาะแสในประเทศไทยสำหรับสื่อลามกอนาจารเด็ก ได้แก่ สายด่วน 191, TICAC, 1300 และ 1387 ซึ่งเปิดรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมงและคุ้มครองผู้แจ้งตามกฎหมาย
ขั้นตอนการรายงานไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างปลอดภัย
ถ้าเจอสื่อลามกอนาจารเด็กบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างแรกเลยคืออย่าแชร์หรือเซฟไฟล์นั้นไว้เด็ดขาด ให้ใช้ฟังก์ชันรายงานในแอปหรือเว็บนั้นทันที โดยเลือกหมวดที่เกี่ยวกับเนื้อหาทางเพศกับเด็กโดยเฉพาะ ขั้นตอนการรายงานไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างปลอดภัย ควรทำจากอุปกรณ์ส่วนตัวและเน็ตที่เชื่อถือได้ จากนั้นบันทึกหลักฐานเช่นลิงก์หรือภาพหน้าจอไว้โดยไม่เปิดเผยตัวตน แล้วส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- อย่าแชร์หรือดาวน์โหลดไฟล์ เก็บแค่ลิงก์กับภาพหน้าจอ
- ใช้ปุ่มรายงานในแพลตฟอร์ม เลือกหมวดเกี่ยวกับเด็ก
- รายงานจากอุปกรณ์และเน็ตที่ปลอดภัย ไม่เปิดเผยตัวตน
- ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการจัดการที่เหมาะสม